Oct 12, 2017
8 Views
0 0

รู้ทัน โรคไข้เลือดออก เจ้ายุงลายเป็นพาหะ ก่อนจะสายเกินแก้

Written by

โรคที่หลายๆท่านกลัว อย่าง”โรคไข้เลือดออก ” Dengue hemorrhagic fever-DHF หลังจากมีข่าวโดงดังที่โรคนี้ ทำให้นักแสดงชื่อดังป่วยและเสียชีวิตในที่สุด เรียกได้ว่าช่วนนั้น ใครไข้ตัวร้อนเกิดกังวลปหาหมอว่าตัวเอง และ คนรอบข้างจะเป็นโรคไข้เลือดออกหรือเปล่า วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักโรคที่มีเจ้ายุงลายเป็นพาหะนี้  มีที่มา อาการ ยังไงบ้างเราไปดูกัน

สาเหตุของการเกิดไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากยุงลาย เป็นพาหะของโรค ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยและหลายประเทศ ประเทศในเขตร้อนชื้น พบโดยมากในฤดูฝนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีจะพบว่าป่วยเป็นโรคนี้ เกิดจากเชื้อไข้เลือดออกเด็งกีซึ่งเป็นไวรัสชนิดหนึ่ง มียุงลายเป็นพาหะนำโรคมักออกกัดเวลากลางวัน  โดยยุงตัวเมียจะกัดและดูดเลือดของผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเดงกี  ไปกัดคนอื่นถือเป็นแพร่เชื้อให้คนอื่นๆ ต่อนั้นเอง ไวรัสอยู่ในตัวของยุงและขยายได้ ถึง 1-2เดือนเลยทีเดียว

อาการของไข้เลือดออก

  • ไข้สูงลอย 39-40 องศาเซลเซียส หน้าแต่ไม่ค่อยมีอาการน้ำมูกไหลหรือไอ
  • เด็กโตอาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัว และปวดศีรษะ อาการไข้สูงมักมีระยะ 4-5 วัน
  • อาการเลือดออก เช่นเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในกระเพาะ โดยจะมีอาการอาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ

  • ตุ่มโรคไข้เลือดออกจะคล้ายกับตุ่มยุงกัดดเลือดออกตามตัว
  • ตับโต
  • อาการตับอักเสบอย่างรุนแรง สามารถพบได้ในผู้ป่วยไข้เลือดออกเช่นกัน
  • ความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด หรือช็อก  ช่วงไข้จะ
  • กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น รอบปากเขียว
  • อาจมีอาการปวดท้องมาก ก่อนจะมีอาการช็อก ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ

อาการที่กล่าวมาข้างต้น อาจจะเกิดเพียงอาการเดียว หรือ หลายอาการรวมกันก็ได้ ระยะฟักตัวของไข้เลือดออกจะอยู่ในช่วง 3-5 วัน ผู้ป่วยที่มีอาการหนักอาจเกิดอาการช็อก หรือเลือดออกตามร่างกาย ซึ่งสาเหตุจากการเสียชีวิต

แนวทางการรักษาโรค ไข้เลือดออก

  • การประคับประคองอย่างใกล้ชิดโดยการเฝ้าระวังภาวะช็อก และเลือดออก และการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมก็จะทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลง ไม่มียาต้านเชื้อไวรัสที่มีฤทธิ์เฉพาะตัวสำหรับกำจัดเชื้อไวรัสเดงกี
  • เมื่อมีไข้สูง เช็ดตัวลดไข้ จะให้ยาพาราเซตามอล ห้ามให้ใช้ยาแอสไพรินเด็ดขาด เพราะจะทำให้เลือดออกรุนแรงขึ้น
  • ให้สารน้ำชดเชย เนื่องจากผู้ป่วยไข้เลือดออก มักมีภาวะขาดน้ำ เนื่องจากไข้สูง อาเจียน ให้ดื่มน้ำเกลือแร่บ่อย ๆ ให้สารน้ำทางเส้นเลือด
  • ติดตามดูอาการใกล้ชิด ตรวจนับจำนวนเกล็ดเลือดและความเข้มข้นของเลือดเป็นระยะ เพื่อใช้พิจารณาปริมาณการให้สารน้ำชดเชย
  • หากเกิดอาการ ปวดท้อง ปัสสาวะน้อยลง มีอาการกระสับกระส่าย หรือเซื่องซีม มือเท้าเย็นพร้อมๆ กับไข้ลด หน้ามืด เป็นลมง่าย รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

การป้องกันตนเองไม่ให้เป็นไข้เลือดออก

  • ดูแลตัวเองไม่ให้ยุงกัด
  • นอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด
  • กำจัด – ทำลาย – ฝัง – เผา เศษภาชนะที่ไม่ใช้ภายในบ้านและบริเวณรอบบ้านไม่ให้มีน้ำขัง
  • ปิดฝาโอ่งน้ำดื่ม น้ำใช้ ให้สนิท
  • ใช้ผงซักฟอก สบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน ฉีดพ่นกำจัดยุง เพราะสารดังกล่าวจะไปทำลายระบบการหายใจของแมลง ทำให้แมลงตายได้
  • “ทรายอะเบท” กำจัดลูกน้ำยุงลาย
  • ปลาหางนกยูงลงในอ่างบัว ภาชนะใส่น้ำ
  • เปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ทุก 7 วัน

 

อ้างอิง

กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข.

 

 

 

 

 

 

Article Categories:
Health · Various illnesses

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *